การเตรียมการจัดกำลังและการเดินทาง
กองพันทหารไทยผลัดที่ ๔ เริ่มจัดตั้งเมื่อ ๒๑ มิถุนายน ๒๔๙๕ ทำการฝึกเบื้องต้น ๔ เดือน
การเดินทางแบ่งออกเป็น ๒ ส่วน คือส่วนแรก ออกเดินทางเมื่อ ๒๖ พฤศจิกายน ๒๔๙๕ ส่วนหลังออกเดินทางเมื่อ ๒๔ มกราคม ๒๔๙๖
การเดินทางโดยทางเรือแบ่งออกเป็น ๔ ส่วน ส่วนที่ ๑ ออกเดินทางเมื่อ ๑๑ ธันวาคม ๒๔๙๕ โดยเรือสินค้าฮอร์ย ส่วนที่ ๒ ออกเดินทางเมื่อ ๒๘ ธันวาคม ๒๔๙๕ โดยเรือทหารสหรัฐฯ ชื่อ USS General Charles Muir ส่วนที่ ๓ ออกเดินทางเมื่อ ๑๒ มกราคม ๒๔๙๖ โดยเรือฮอร์ย ส่วนที่ ๔ ออกเดินทางเมื่อ ๒๔ กุมภาพันธ์ ๒๔๙๖ โดยเรือของกองกำลังสหประชาชาติ
กองพันทหารไทยผลัดที่ ๔ เริ่มจัดตั้งเมื่อ ๒๑ มิถุนายน ๒๔๙๕ ทำการฝึกเบื้องต้น ๔ เดือน
การเดินทางแบ่งออกเป็น ๒ ส่วน คือส่วนแรก ออกเดินทางเมื่อ ๒๖ พฤศจิกายน ๒๔๙๕ ส่วนหลังออกเดินทางเมื่อ ๒๔ มกราคม ๒๔๙๖
การเดินทางโดยทางเรือแบ่งออกเป็น ๔ ส่วน ส่วนที่ ๑ ออกเดินทางเมื่อ ๑๑ ธันวาคม ๒๔๙๕ โดยเรือสินค้าฮอร์ย ส่วนที่ ๒ ออกเดินทางเมื่อ ๒๘ ธันวาคม ๒๔๙๕ โดยเรือทหารสหรัฐฯ ชื่อ USS General Charles Muir ส่วนที่ ๓ ออกเดินทางเมื่อ ๑๒ มกราคม ๒๔๙๖ โดยเรือฮอร์ย ส่วนที่ ๔ ออกเดินทางเมื่อ ๒๔ กุมภาพันธ์ ๒๔๙๖ โดยเรือของกองกำลังสหประชาชาติ
การเริ่มการรบในแนวเจมส์ทาวน์ด้านเมืองแนชอน
เที่ยงคืนของวันที่ ๑๓ ธันวาคม ๒๔๙๕ ทหารข้าศึกประมาณ ๑ กองร้อย พยายามเจาะแนวคอยเหตุทางปีกซ้ายของกองพันทหารไทยเข้าไป แต่ฝ่ายเราต้านทานไว้ได้โดยใช้เวลาประมาณครึ่งชั่วโมง ข้าศึกจึงถอยกลับไป และเสียชีวิต ๓๐ คน
คืนวันที่ ๒๐ ธันวาคม ทหารข้าศึก ๑ กองร้อยเพิ่มเติมกำลัง ได้พยายามเข้าตีปีกซ้ายของกองพันทหารไทยอีกครั้งหนึ่ง ข้าศึกส่วนหนึ่งได้ผ่านเข้ามาถึงหมวดคอยเหตุ กองร้อยที่ ๑ มีการต่อสู้กันในระยะประชิดประมาณ ๑ ชั่วโมง ฝ่ายเราจึงสามารถแย่งยึดที่ตั้งแนวคอยเหตุกลับคืนมาได้ ฝ่ายข้าศึกสูญเสียอย่างหนัก ทหารไทยเสียชีวิต ๘ คน
๒๙ ธันวาคม ๒๔๙๕ กองพันทหารเอธิโอเปีย ซึ่งขึ้นไปสมทบ กรมทหารราบที่ ๓๒ สหรัฐฯ ได้สับเปลี่ยนกับกองพันทหารไทย เนื่องจากมีการเปลี่ยนสับเปลี่ยนระดับ กองพลของสหรัฐฯ กองพันทหารไทยได้ลงไปเป็นกองหนุนโดยไปตั้งอยู่ที่หมู่บ้านฟิชอกโก ทางทิศใต้ของตำบลโปชอน ห่างออกไปประมาณ ๑๓ กิโลเมตร
การปฏิบัติการบริเวณเขาเดอะฮุค และเขายิบรอลตาร์
ปลายเดือนมกราคม ๒๔๙๖ กองพลทหารราบที่ ๒ สหรัฐฯ ได้รับคำสั่งให้ขึ้นไปผลัดเปลี่ยนกองพลที่ ๑ จักรภพอังกฤษ วางกำลังบนภูเขาเดอะฮุค และลิดเติลยิบรอลตาร์ ทางทิศตะวันตกของแม่น้ำอินจินในแนวเจมส์ทาวน์
๑๓ กุมภาพันธ์ ๒๔๙๖ กองพันทหารไทยได้ขึ้นผลัดเปลี่ยนกองพันที่ ๑ ทางด้านซ้ายของกรมทหารราบที่ ๙ สหรัฐฯ มีเขตรับผิดชอบทางปีกซ้าย เริ่มจากเขาทางทิศตะวันตกของหมู่บ้านนาปู เขา ๑๕๖ หมู่บ้านพุดซัง จนสุดปีกขวาที่เขา ๑๖๖ และได้ตั้งมั่นอยู่ในแนวนี้จนถึง ๘ เมษายน ๒๔๙๖ ลักษณะการรบเป็นการลาดตระเวณ และดักซุ่มยิงเพื่อจับเชลย จึงได้ให้กองร้อยในแนวหน้าส่งหน่วยลาดตระเวณขนาดย่อม ออกไปสกัดซุ่มยิงข้าศึกทั้งกลางวันกลางคืน มีการปะทะกับหน่วยลาดตระเวณข้าศึกหลายครั้ง
๑ มีนาคม ๒๔๙๖ ฝ่ายข้าศึกซึ่งไม่ได้เคลื่อนไหวมานาน ได้เริ่มปฏิบัติการเชิงรุก โดยเริ่มระดมยิงปืนใหญ่ และเครื่องยิงหนักไปยังกองร้อยที่ ๑ และที่ ๒ ของไทยอย่างรุนแรง จากนั้นกำลังข้าศึกประมาณ ๒ กองร้อย ได้เข้าโจมตีมีบางส่วนเข้ายึดหมู่คอยเหตุที่ ๓ ของกองร้อยที่ ๒ จึงเกิดการต่อสู้ถึงขั้นตะลุมบอน ฝ่ายเราส่งกำลังเข้าตีโต้ตอบยึดคืนกลับมาได้ ข้าศึกหยุดการโจมตี และถอนตัวไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ พร้อมกับการสูญเสียอย่างหนัก ฝ่ายเราเสียชีวิต ๗ คน บาดเจ็บ ๒๓ คน
๑๑ มีนาคม ๒๔๙๖ เวลา ๒๓.๐๐ น. หมวดรบพิเศษของกองพันทหารไทย ได้เคลื่อนที่เข้าสู่ที่หมายอย่างเงียบ ๆ โดยมีหมู่ลาดตระเวณจากกองร้อยที่ ๑ และกองร้อยที่ ๒ เคลื่อนที่ตามออกไปวางกำลังคุ้มครองการถอนตัว ฝ่ายเราเข้าตีที่ตั้งหมู่คอยเหตุของข้าศึก และถอนตัวกลับมาได้ไม่มีการสูญเสีย
ในคืนวันที่ ๑๗ มีนาคม ข้าศึกประมาณ ๑ กองพัน ได้เข้าตีหน่วยทหารสหรัฐฯ กองพันทหารไทยได้ใช้อาวุธหนักยิงช่วยอย่างเต็มที่ ฝ่ายข้าศึกเสียกำลังมากกว่า ๔๐๐ คน ฝ่ายเราบาดเจ็บ ๑๐๐ คนเศษ นับเป็นการรบครั้งที่หนักที่สุดของกรมทหารราบที่ ๙ สหรัฐฯ ในแนวรบนี้
ระหว่างวันที่ ๒๔ - ๒๖ มีนาคม ๒๔๙๖ ข้าศึกส่งหน่วยลาดตระเวณเข้าไปหยั่งกำลังฝ่ายเราตลอดแนวของกรม ข้าศึกประมาณ ๔ หมวด ได้เคลื่อนที่เข้าไปข้างหน้ากองร้อยที่ ๑ ของไทย ปะทะกับยามพังการณ์ และหมู่คอยเหตุของเรา ฝ่ายเราถอนตัวได้ทัน และใช้อาวุธหนักทุกชนิดยิงสกัดกั้นข้าศึกอย่างรุนแรง จนข้าศึกต้องถอนตัวกลับไป
กองพันทหารไทยได้เคลื่อนย้ายลงไปเป็นกองหนุน เมื่อ ๘ เมษายน ๒๔๙๖ โดยไปตั้งอยู่ที่ตำบลพับยอง ห่างจากเมืองอุยจองบูไปทางตะวันออกเฉียงเหนือประมาณ ๑๐ กิโลเมตร
กองพลทหารราบที่ ๒ สหรัฐฯ ได้ย้ายไปขึ้นกับกองทัพน้อยที่ ๙ สหรัฐฯ เมื่อ ๒๗ เมษายน ๒๔๙๖ กองพันทหารไทยจึงได้รับคำสั่งให้เคลื่อนย้ายไปเข้าที่ตั้งในแนวแคนซัส ซึ่งเป็นแนวหนุนของกองทัพที่ ๘ สหรัฐฯ ที่ตั้งกองพันอยู่ที่บ้านเชิงเขาหลังแคนซัส ต่อมาเมื่อ ๖ พฤษภาคม ๒๔๙๖ ก็ได้รับคำสั่งให้ย้ายจากแนวแคนซัสไปที่หมู่บ้านคิโอ ทางทิศใต้ของเมืองชอร์วอน ๑๑ กิโลเมตร ในที่รวมพลของกองพลที่ ๒ สหรัฐฯ
๒๑ มิถุนายน ผู้บังคับกองพันทหารไทยผลัดที่ ๔ ได้ส่งมอบการบังคับบัญชาให้ผู้บังคับกองพันทหารไทยผลัดที่ ๕
จากการปฏิบัติการของกองพันทหารไทยผลัดที่ ๔ ในบริเวณเมืองเคซอง มุรซาน อุยจองบู และชอร์วอน ประธานาธิบดีชิงมังรีแห่งเกาหลีใต้ ได้มอบแพรแถบเชิดชูเกียรติคุณหน่วย พร้อมทั้งคำประกาศเกียรติคุณหน่วย เมื่อ ๘ เมษายน ๒๔๘๗ ดังนี้
๑๓ กุมภาพันธ์ ๒๔๙๖ กองพันทหารไทยได้ขึ้นผลัดเปลี่ยนกองพันที่ ๑ ทางด้านซ้ายของกรมทหารราบที่ ๙ สหรัฐฯ มีเขตรับผิดชอบทางปีกซ้าย เริ่มจากเขาทางทิศตะวันตกของหมู่บ้านนาปู เขา ๑๕๖ หมู่บ้านพุดซัง จนสุดปีกขวาที่เขา ๑๖๖ และได้ตั้งมั่นอยู่ในแนวนี้จนถึง ๘ เมษายน ๒๔๙๖ ลักษณะการรบเป็นการลาดตระเวณ และดักซุ่มยิงเพื่อจับเชลย จึงได้ให้กองร้อยในแนวหน้าส่งหน่วยลาดตระเวณขนาดย่อม ออกไปสกัดซุ่มยิงข้าศึกทั้งกลางวันกลางคืน มีการปะทะกับหน่วยลาดตระเวณข้าศึกหลายครั้ง
๑ มีนาคม ๒๔๙๖ ฝ่ายข้าศึกซึ่งไม่ได้เคลื่อนไหวมานาน ได้เริ่มปฏิบัติการเชิงรุก โดยเริ่มระดมยิงปืนใหญ่ และเครื่องยิงหนักไปยังกองร้อยที่ ๑ และที่ ๒ ของไทยอย่างรุนแรง จากนั้นกำลังข้าศึกประมาณ ๒ กองร้อย ได้เข้าโจมตีมีบางส่วนเข้ายึดหมู่คอยเหตุที่ ๓ ของกองร้อยที่ ๒ จึงเกิดการต่อสู้ถึงขั้นตะลุมบอน ฝ่ายเราส่งกำลังเข้าตีโต้ตอบยึดคืนกลับมาได้ ข้าศึกหยุดการโจมตี และถอนตัวไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ พร้อมกับการสูญเสียอย่างหนัก ฝ่ายเราเสียชีวิต ๗ คน บาดเจ็บ ๒๓ คน
๑๑ มีนาคม ๒๔๙๖ เวลา ๒๓.๐๐ น. หมวดรบพิเศษของกองพันทหารไทย ได้เคลื่อนที่เข้าสู่ที่หมายอย่างเงียบ ๆ โดยมีหมู่ลาดตระเวณจากกองร้อยที่ ๑ และกองร้อยที่ ๒ เคลื่อนที่ตามออกไปวางกำลังคุ้มครองการถอนตัว ฝ่ายเราเข้าตีที่ตั้งหมู่คอยเหตุของข้าศึก และถอนตัวกลับมาได้ไม่มีการสูญเสีย
ในคืนวันที่ ๑๗ มีนาคม ข้าศึกประมาณ ๑ กองพัน ได้เข้าตีหน่วยทหารสหรัฐฯ กองพันทหารไทยได้ใช้อาวุธหนักยิงช่วยอย่างเต็มที่ ฝ่ายข้าศึกเสียกำลังมากกว่า ๔๐๐ คน ฝ่ายเราบาดเจ็บ ๑๐๐ คนเศษ นับเป็นการรบครั้งที่หนักที่สุดของกรมทหารราบที่ ๙ สหรัฐฯ ในแนวรบนี้
ระหว่างวันที่ ๒๔ - ๒๖ มีนาคม ๒๔๙๖ ข้าศึกส่งหน่วยลาดตระเวณเข้าไปหยั่งกำลังฝ่ายเราตลอดแนวของกรม ข้าศึกประมาณ ๔ หมวด ได้เคลื่อนที่เข้าไปข้างหน้ากองร้อยที่ ๑ ของไทย ปะทะกับยามพังการณ์ และหมู่คอยเหตุของเรา ฝ่ายเราถอนตัวได้ทัน และใช้อาวุธหนักทุกชนิดยิงสกัดกั้นข้าศึกอย่างรุนแรง จนข้าศึกต้องถอนตัวกลับไป
กองพันทหารไทยได้เคลื่อนย้ายลงไปเป็นกองหนุน เมื่อ ๘ เมษายน ๒๔๙๖ โดยไปตั้งอยู่ที่ตำบลพับยอง ห่างจากเมืองอุยจองบูไปทางตะวันออกเฉียงเหนือประมาณ ๑๐ กิโลเมตร
กองพลทหารราบที่ ๒ สหรัฐฯ ได้ย้ายไปขึ้นกับกองทัพน้อยที่ ๙ สหรัฐฯ เมื่อ ๒๗ เมษายน ๒๔๙๖ กองพันทหารไทยจึงได้รับคำสั่งให้เคลื่อนย้ายไปเข้าที่ตั้งในแนวแคนซัส ซึ่งเป็นแนวหนุนของกองทัพที่ ๘ สหรัฐฯ ที่ตั้งกองพันอยู่ที่บ้านเชิงเขาหลังแคนซัส ต่อมาเมื่อ ๖ พฤษภาคม ๒๔๙๖ ก็ได้รับคำสั่งให้ย้ายจากแนวแคนซัสไปที่หมู่บ้านคิโอ ทางทิศใต้ของเมืองชอร์วอน ๑๑ กิโลเมตร ในที่รวมพลของกองพลที่ ๒ สหรัฐฯ
๒๑ มิถุนายน ผู้บังคับกองพันทหารไทยผลัดที่ ๔ ได้ส่งมอบการบังคับบัญชาให้ผู้บังคับกองพันทหารไทยผลัดที่ ๕
จากการปฏิบัติการของกองพันทหารไทยผลัดที่ ๔ ในบริเวณเมืองเคซอง มุรซาน อุยจองบู และชอร์วอน ประธานาธิบดีชิงมังรีแห่งเกาหลีใต้ ได้มอบแพรแถบเชิดชูเกียรติคุณหน่วย พร้อมทั้งคำประกาศเกียรติคุณหน่วย เมื่อ ๘ เมษายน ๒๔๘๗ ดังนี้
ประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐเกาหลี
๘ เมษายน ๒๔๙๗
คำประกาศเกียรติคุณหน่วย
ประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐเกาหลีขอประกาศเกียรติคุณด้วยความปิติอย่างซาบซึ้ง แด่
กองพันทหารไทย
ในการที่ได้ประกอบภารกิจดีเด่นเป็นพิเศษ
แก่สาธารณรัฐเกาหลี
ในรอบระยะเวลาตั้งแต่ ๒๘ พฤศจิกายน ๒๔๙๓ ถึง ๘ เมษายน ๒๔๙๖
กองพันทหารไทยได้ปฏิบัติหน้าที่ภารกิจเป็นผลดีเยี่ยม ในการสู้รบกับฝ่ายคอมมิวนิสต์ผู้รุกรานประเทศเกาหลี โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุทธบริเวณพื้นที่เมืองเคซอง มุนซาน ชุนชอน อุยจองบู และชอร์วอน เมื่อวันที่ ๒ มีนาคม ๒๔๙๖ ข้าศึกได้ทำการเข้าโจมตีกองร้อยที่ ๑ โดยมีปืนใหญ่ยิงช่วยอย่างหนัก แต่กองร้อยที่ ๑ ได้ทำการผลักดันข้าศึกด้วยความกล้าหาญ จนฝ่ายข้าศึกต้องสูญเสียกำลังไปเป็นจำนวนมาก ในระหว่างการรบนี้ ทหารทุกคนในกองร้อยที่ ๑ ได้แสดงให้เห็นความกล้าหาญและเด็ดเดี่ยว อย่างเด่นชัด
การปฏิบัติของบรรดาทหารไทยในกองพันทหารไทยอันดีเด่นนี้ ได้เป็นผลเสริมส่งเกียรติคุณให้แก่กองพันทหารไทย ราชการแห่งกองทัพบกไทย และกำลังทหารสหประชาชาติที่ปฏิบัติการอยู่ในประเทศเกาหลี ด้วยเกียรติประวัติซึ่งกองพันทหารไทยได้ปฏิบัติการไปนี้จะได้จารึกไว้ในประวัติศาสตร์ของสาธารณรัฐเกาหลี
คำประกาศเกียรติคุณหน่วยนี้แสดงว่า ทหารไทยทุกคนซึ่งได้ปฏิบัติหน้าที่ภารกิจในสาธารณรัฐเกาหลีในระหว่างระยะเวลาดังกล่าวแล้วนั้น ย่อมมีสิทธิที่จะประดับแพรแถบเชิดชูเกียรติคุณนี้ได้
การปฏิบัติของบรรดาทหารไทยในกองพันทหารไทยอันดีเด่นนี้ ได้เป็นผลเสริมส่งเกียรติคุณให้แก่กองพันทหารไทย ราชการแห่งกองทัพบกไทย และกำลังทหารสหประชาชาติที่ปฏิบัติการอยู่ในประเทศเกาหลี ด้วยเกียรติประวัติซึ่งกองพันทหารไทยได้ปฏิบัติการไปนี้จะได้จารึกไว้ในประวัติศาสตร์ของสาธารณรัฐเกาหลี
คำประกาศเกียรติคุณหน่วยนี้แสดงว่า ทหารไทยทุกคนซึ่งได้ปฏิบัติหน้าที่ภารกิจในสาธารณรัฐเกาหลีในระหว่างระยะเวลาดังกล่าวแล้วนั้น ย่อมมีสิทธิที่จะประดับแพรแถบเชิดชูเกียรติคุณนี้ได้


ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น