![]() |
| (๑๐ กรกฎาคม ๒๔๙๘ - ๒๓ มิถุนายน ๒๕๑๕) |
การประกอบกำลัง
การประกอบกำลังกองร้อยอิสระในระยะแรก ยังคงรับกำลังพลจากกองทัพที่ ๑ กองทัพที่ ๒ กองทัพที่ ๓ ซึ่งภายหลังเปลี่ยนเป็นกองทัพภาค มณฑลทหารบกที่ ๕ และกองพลทหารม้า คัดเลือกและจัดส่งให้ ต่อมาจึงได้มีการคัดเลือกกำลังพลจากศูนย์สงครามพิเศษ และหน่วยในส่วนกลางด้วย
เมื่อได้กำลังพลก็ส่งเข้ารับการฝึกตามระยะเวลา และในพื้นที่ของหน่วยต่าง ๆ เปลี่ยนแปลงไปตามความเหมาะสมดังนี้
ผลัดที่ ๑๑ ฝึกในพื้นที่กรมผสมที่ ๒๑ ถนนอำนวยสงคราม เชิงสะพานเกษะโกมล กรุงเทพฯ ใช้เวลา ๑ เดือน
ผลัดที่ ๑๓ ฝึกในพื้นที่ศูนย์ฝึกปราณบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ใช้เวลาฝึก ๑๐ สัปดาห์
ผลัดที่ ๑๕ ฝึกในพื้นที่กองพันทหารราบที่ ๓ กรมทหารราบที่ ๑ รักษาพระองค์ กรุงเทพฯ
ผลัดที่ ๑๘ ฝึกในพื้นที่ กรมผสมที่ ๒๑ รักษาพระองค์ กรุงเทพฯ และจังหวัดชลบุรี ใช้เวลาฝึก ๒๑ สัปดาห์
ผลัดที่ ๑๙ ฝึกในพื้นที่ กรมผสมที่ ๒๑ รักษาพระองค์ชลบุรี ใช้เวลาฝึก ๔ เดือน
ผลัดที่ ๒๐ ฝึกในพื้นที่ กรมผสมที่ ๒๑ รักษาพระองค์ชลบุรี ใช้เวลาฝึก ๒๑ สัปดาห์
ผลัดที่ ๒๒ - ๒๓ ฝึกในพื้นที่ กรมผสมที่ ๒๑ รักษาพระองค์ชลบุรี และฝึกร่วมกับหน่วยนาวิกโยธิน ในพื้นที่ อำเภอสัตหีบ ชลบุรี เป็นเวลา ๒๒ สัปดาห์ มีการฝึกอบรมเพิ่มเติมในด้านการช่วยเหลือประชาชน เผยแพร่ศิลปวัฒนธรรมไทย
การประกอบกำลังกองร้อยอิสระในระยะแรก ยังคงรับกำลังพลจากกองทัพที่ ๑ กองทัพที่ ๒ กองทัพที่ ๓ ซึ่งภายหลังเปลี่ยนเป็นกองทัพภาค มณฑลทหารบกที่ ๕ และกองพลทหารม้า คัดเลือกและจัดส่งให้ ต่อมาจึงได้มีการคัดเลือกกำลังพลจากศูนย์สงครามพิเศษ และหน่วยในส่วนกลางด้วย
เมื่อได้กำลังพลก็ส่งเข้ารับการฝึกตามระยะเวลา และในพื้นที่ของหน่วยต่าง ๆ เปลี่ยนแปลงไปตามความเหมาะสมดังนี้
ผลัดที่ ๑๑ ฝึกในพื้นที่กรมผสมที่ ๒๑ ถนนอำนวยสงคราม เชิงสะพานเกษะโกมล กรุงเทพฯ ใช้เวลา ๑ เดือน
ผลัดที่ ๑๓ ฝึกในพื้นที่ศูนย์ฝึกปราณบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ใช้เวลาฝึก ๑๐ สัปดาห์
ผลัดที่ ๑๕ ฝึกในพื้นที่กองพันทหารราบที่ ๓ กรมทหารราบที่ ๑ รักษาพระองค์ กรุงเทพฯ
ผลัดที่ ๑๘ ฝึกในพื้นที่ กรมผสมที่ ๒๑ รักษาพระองค์ กรุงเทพฯ และจังหวัดชลบุรี ใช้เวลาฝึก ๒๑ สัปดาห์
ผลัดที่ ๑๙ ฝึกในพื้นที่ กรมผสมที่ ๒๑ รักษาพระองค์ชลบุรี ใช้เวลาฝึก ๔ เดือน
ผลัดที่ ๒๐ ฝึกในพื้นที่ กรมผสมที่ ๒๑ รักษาพระองค์ชลบุรี ใช้เวลาฝึก ๒๑ สัปดาห์
ผลัดที่ ๒๒ - ๒๓ ฝึกในพื้นที่ กรมผสมที่ ๒๑ รักษาพระองค์ชลบุรี และฝึกร่วมกับหน่วยนาวิกโยธิน ในพื้นที่ อำเภอสัตหีบ ชลบุรี เป็นเวลา ๒๒ สัปดาห์ มีการฝึกอบรมเพิ่มเติมในด้านการช่วยเหลือประชาชน เผยแพร่ศิลปวัฒนธรรมไทย
ที่ตั้งและการบังคับบัญชา
กองร้อยอิสระผลัดที่ ๗ - ๒๑ ตั้งอยู่ที่ตำบลอุนชอน เมืองโปชอน ซึ่งเป็นที่ตั้งเดิมตั้งแต่เป็นกองพันทหารไทยผลัดที่ ๖ โดยขึ้นสมทบกองทัพน้อยที่ ๑ สหรัฐฯ ในความควบคุมทางยุทธการ และรับการส่งกำลังบำรุง จากกองพลทหารราบที่ ๗ สหรัฐฯ
เมื่อกองพลทหารราบที่ ๗ สหรัฐฯ ถอนกำลังออกจากเกาหลีใต้ในปี พ.ศ. ๒๕๑๓ กองร้อยอิสระผลัดที่ ๒๒ จึงย้ายจากที่ตั้งเดิมไปอยู่ที่ค่ายเมอเมด (CampMermaid) ซึ่งเป็นที่ตั้งเดิมของกองร้อยทหารปืนใหญ่ ค้นหาเป้าหมายสหรัฐฯ ที่ตำบลโฮวัน เมืองอุยจองบู อยู่ทางตอนใต้ของที่ตั้ง ประมาณ ๘๐ กิโลเมตร
กองร้อยอิสระผลัดที่ ๒๒ และ ๒๓ ได้เปลี่ยนไปขึ้นการควบคุมทางยุทธการ และรับการส่งกำลังบำรุงจากกองทหารราบที่ ๒ สหรัฐฯ
การปฏิบัติการของกองร้อยอิสระผลัดที่ ๗ - ๒๓
ส่วนใหญ่เป็นการเตรียมพร้อม การฝึกทางยุทธวิธี และการฝึกตามวงรอบ การช่วยเหลือประชาชนชาวเกาหลีในพื้นที่ใกล้เคียง และการจัดกิจกรรมพิเศษ อันได้แก่การเผยแพร่ศิลปวัฒนธรรมไทย เสริมสร้างความสัมพันธ์อันดีกับชาติพันธมิตรต่าง ๆ จัดงานในวันสำคัญของชาติไทย และวันสำคัญทางพุทธศาสนา และพระมหากษัตริย์
การถอนกลับประเทศไทย
ในปลายปี พ.ศ. ๒๕๑๓ สภากลาโหม มีมติเห็นควรที่จะถอนกำลังทหารไทยในเกาหลีกลับตามข้อเสนอของ พลตรี โชติ คล่องวิชา เอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงโซล ซึ่งแจ้งว่า รัฐบาลสหรัฐฯ ได้เตรียมที่จะถอนกำลังทหารที่ประจำในเกาหลีกลับ และบางส่วนได้ถอนกลับไปแล้ว กองร้อยอิสระของไทยได้รับการสนับสนุนลดน้อยลงมาก และทางสหรัฐฯ ได้แจ้งให้ทราบว่าไม่ขัดข้องถ้าทางไทยจะถอนกำลังทหารไทยออกจากเกาหลีใต้ จึงสมควรถอนกำลังทหารกลับ และยุบเลิกหน่วยบินลำเลียง
ตามมติสภากลาโหมดังกล่าว ให้กองทัพบกจัดกำลังทหารไว้ประจำ ๑ หมู่เกียรติยศ จำนวน ๖ คน ขึ้นอยู่ในความปกครองบังคับบัญชาของผู้ช่วยทูตฝ่ายทหารบก ประจำสถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงโซล ให้ยุบเลิกสำนักงานนายทหารติดต่อประจำกองบัญชาการสหประชาชาติ ณ กรุงโตเกียว และกรุงโซล ซึ่งจะได้ประกาศถอน และยุบเลิกภายหลังเดือน กรกฎาคม ๒๕๑๔
กองร้อยอิสระผลัดที่ ๒๓ ซึ่งเป็นกำลังทหารบกผลัดสุดท้ายของไทย ได้เตรียมการถอนกำลังกลับประเทศไทยใน ๒๓ มิถุนายน ๒๕๑๕ ในวันที่ ๒๑ มิถุนายน ๒๕๑๕ กองบัญชาการสหประชาชาติได้จัดพิธีอำลา เป็นเกียรติยศแก่กองร้อยอิสระผลัดที่ ๒๓ ที่สนามไนท์ (Knight Field) ในกรุงโซล โดยมีผู้บัญชาการทหารสูงสุด กองบัญชาการสหประชาชาติ และผู้บัญชาการทหารสหรัฐฯ ในเกาหลีใต้เป็นประธาน มีแขกผู้มีเกียรติเข้าร่วมในพิธีเป็นจำนวนมาก เช่น นายกรัฐมนตรีเกาหลีใต้ ผู้แทนประธานาธิบดีเกาหลีใต้ ผู้แทนชาติพันธมิตรต่าง ๆ ที่ร่วมปฏิบัติการในสงครามเกาหลี กองบัญชาการสหประชาชาติได้จัดให้มีการยิงสลุต และพิธีสวนสนามเป็นเกียรติยศแก่กองร้อยอิสระของไทย
ในวันเดินทางกลับของกองร้อยอิสระ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เกาหลีใต้ ผู้แทนรัฐบาลเกาหลีใต้ ผู้แทนกองบัญชาการสหประชาชาติ รวมทั้งชาวเกาหลีใต้เป็นจำนวนมากได้ไปส่งที่สนามบินคิมโป กรุงโซลด้วยความอาลัย กองร้อยอิสระผลัดที่ ๒๓ ไดเดินทางโดยเครื่องบินลำเลียงแบบ C - ๑๔๑ ของกองทัพอากาศสหรัฐฯ ถึงประเทศไทยในวันเดียวกัน
รวมระยะเวลาที่กองกำลังทหารไทยไปปฏิบัติการในเกาหลีใต้ตั้งแต่ ๗ พฤศจิกายน ๒๔๙๓ ถึง ๒๓ มิถุนายน ๒๕๑๕ รวมทั้งสิ้นเป็นเวลา ๑๖ ปี ๗ เดือน ๑๕ วัน จำนวนทหารบกที่ไปร่วมปฏิบัติการ ๒๓ ผลัด รวม ๑๑,๗๗๖ คน
ตามมติสภากลาโหมดังกล่าว ให้กองทัพบกจัดกำลังทหารไว้ประจำ ๑ หมู่เกียรติยศ จำนวน ๖ คน ขึ้นอยู่ในความปกครองบังคับบัญชาของผู้ช่วยทูตฝ่ายทหารบก ประจำสถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงโซล ให้ยุบเลิกสำนักงานนายทหารติดต่อประจำกองบัญชาการสหประชาชาติ ณ กรุงโตเกียว และกรุงโซล ซึ่งจะได้ประกาศถอน และยุบเลิกภายหลังเดือน กรกฎาคม ๒๕๑๔
กองร้อยอิสระผลัดที่ ๒๓ ซึ่งเป็นกำลังทหารบกผลัดสุดท้ายของไทย ได้เตรียมการถอนกำลังกลับประเทศไทยใน ๒๓ มิถุนายน ๒๕๑๕ ในวันที่ ๒๑ มิถุนายน ๒๕๑๕ กองบัญชาการสหประชาชาติได้จัดพิธีอำลา เป็นเกียรติยศแก่กองร้อยอิสระผลัดที่ ๒๓ ที่สนามไนท์ (Knight Field) ในกรุงโซล โดยมีผู้บัญชาการทหารสูงสุด กองบัญชาการสหประชาชาติ และผู้บัญชาการทหารสหรัฐฯ ในเกาหลีใต้เป็นประธาน มีแขกผู้มีเกียรติเข้าร่วมในพิธีเป็นจำนวนมาก เช่น นายกรัฐมนตรีเกาหลีใต้ ผู้แทนประธานาธิบดีเกาหลีใต้ ผู้แทนชาติพันธมิตรต่าง ๆ ที่ร่วมปฏิบัติการในสงครามเกาหลี กองบัญชาการสหประชาชาติได้จัดให้มีการยิงสลุต และพิธีสวนสนามเป็นเกียรติยศแก่กองร้อยอิสระของไทย
ในวันเดินทางกลับของกองร้อยอิสระ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เกาหลีใต้ ผู้แทนรัฐบาลเกาหลีใต้ ผู้แทนกองบัญชาการสหประชาชาติ รวมทั้งชาวเกาหลีใต้เป็นจำนวนมากได้ไปส่งที่สนามบินคิมโป กรุงโซลด้วยความอาลัย กองร้อยอิสระผลัดที่ ๒๓ ไดเดินทางโดยเครื่องบินลำเลียงแบบ C - ๑๔๑ ของกองทัพอากาศสหรัฐฯ ถึงประเทศไทยในวันเดียวกัน
รวมระยะเวลาที่กองกำลังทหารไทยไปปฏิบัติการในเกาหลีใต้ตั้งแต่ ๗ พฤศจิกายน ๒๔๙๓ ถึง ๒๓ มิถุนายน ๒๕๑๕ รวมทั้งสิ้นเป็นเวลา ๑๖ ปี ๗ เดือน ๑๕ วัน จำนวนทหารบกที่ไปร่วมปฏิบัติการ ๒๓ ผลัด รวม ๑๑,๗๗๖ คน
หมู่เกียรติยศ
หมู่เกียรติยศ จำนวน ๖ คน ประกอบด้วย จ่าสิบเอก ๕ คน สำนักงานนายทหารติดต่อ ๗ ได้มอบหมู่เกียรติยศของไทยให้ขึ้นสมทบกองร้อยกองเกียรติยศ ประจำกองบัญชาการสหประชาชาติ (UNC Honor Guard Company) นับตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๑๕ เป็นต้นมา ยังคงประจำอยู่ในเกาหลีใต้มาจนถึงปัจจุบัน มีหน้าที่เชิญธงชาติไทยเข้าร่วมพิธีเกียรติยศต่าง ๆ ในฐานะตัวแทนของประเทศไทย ซึ่งเป็นชาติหนึ่งที่ส่งกำลังเข้าร่วมรบในประเทศเกาหลี
กองร้อยกองเกียรติยศประจำกองบัญชาการสหประชาชาติ
กองทัพที่ ๘ สหรัฐฯ ได้จัดตั้งหน่วยนี้ขึ้น เมื่อ ๑๘ พฤษภาคม ๒๔๙๔ ที่เมืองเตกู ต่อมาในเดือนพฤษภาคม ๒๔๙๖ ได้มีการปรับปรุงการจัดใหม่ โดยให้บรรดาชาติพันธมิตร ที่ส่งทหารเข้าร่วมปฏิบัติการในสงครามเกาหลีทั้ง ๑๖ ชาติ อันได้แก่ ออสเตรเลีย เบลเยี่ยม แคนาดา โคลัมเบีย เอธิโอเปีย ฝรั่งเศส กรีซ ลักแซมเบอร์ก เนเธอร์แลนด์ นิวซีแลนด์ อัฟริกาใต้ เกาหลีใต้ ไทย สหราชอาณาจักร และสหรัฐอเมริกา จัดทหารของตนเข้าสมทบในหมวดทหารกองเกียรติยศด้วย โดยจัดหมู่เชิญธงไปร่วมในหมวดทหารกองเกียรติยศมาโดยตลอด จนถึงปี พ.ศ. ๒๕๐๓ เมื่อชาติพันธมิตรส่วนใหญ่ถอนกำลังทหารของตนกลับ การจัดหน่วยกองเกียรติยศจึงเปลี่ยนแปลงไป เหลืออยู่เพียง ๕ ประเทศสคือ สหรัฐฯ สหราชอาณาจักรฯ เกาหลีใต้ ไทย และตุรกี ต่อมาตุรกีได้ถอนกำลังออกไป เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๑๓ ฟิลิปปินส์จึงจัดส่งทหาร ๑ หมู่ไปประจำหน้าที่แทน และในปี พ.ศ.๒๕๑๓ หน่วยกองเกียรติยศเป็นกองร้อยกองเกียรติยศ ประจำกองบัญชาการสหประชาชาติ ต่อมาสหราชอาณาจักรฯ ได้ถอนกำลัง ๑ หมวด ที่ประจำอยู่ในเกาหลีใต้กลับไปเกาะฮ่องกง เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๓๖ กองพลทหารราบที่ ๒ สหรัฐฯ จึงจัดกำลัง ๑ หมวดเข้าทดแทน


ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น