วันศุกร์ที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555

การปฏิบัติการของทหารบกผลัดที่ ๕


การจัดตั้งและการเดินทาง 
            การจัดตั้งคงดำเนินการเช่นเดียวกันกับผลัดที่ ๒ - ๔ เป็นส่วนใหญ่ ด้จัดตั้งและเปิดกองบังคับการกองพันตั้งแต่ ๑๕ มีนาคม ๒๔๙๖ 
            การเดินทางไปผลัดเปลี่ยน ได้จัดกำลังออกเดินทางเป็นส่วน ๆ รวม ๕ ส่วนด้วยกันดังนี้ 
            ส่วนที่ ๑  มีกำลังพล ๒๙๖ คน เดินทางโดยเรือหลวงหนองสาหร่ายและเรือหลวงปราบ เมื่อ ๒๐ พฤษภาคม ๒๔๙๖ ไปถ่ายลงเรือสินค้าฮอร์ยุที่ทางการไทยจ้างไว้ที่เกาะสีชัง 
            ส่วนที่ ๒  เดินทางโดยเครื่องบินของหน่วยบริการขนส่งทางอากาศทางทหารสหรัฐฯ เมื่อ ๒๖ พฤษภาคม ๒๔๙๖ 
            ส่วนที่ ๓  มีกำลังพล ๔๐๒ คน เดินทางโดนเรือสินค้าฟูจิกาวา ซึ่งทางการไทยว่าจ้าง ออกเดินทางจากท่าเรือกรุงเทพ ฯ เมื่อ ๑๓ สิงหาคม ๒๔๙๖ 
            ส่วนที่ ๔  มีกำลังพล ๓๘๐ คน ออกเดินทางเมื่อ ๗ พฤษภาคม ๒๔๙๖ โดยเรือสินค้าฮอร์ยุที่เกาะสีชัง 
            ส่วนที่ ๕  มีกำลังพล ๒๐๘ คน ออกเดินทางเมื่อ ๗ พฤษภาคม ๒๔๙๖ โดยเรือสินค้าฮอร์ยุที่เกาะสีชัง 

การปฏิบัติการรบที่บูเมอแรง 
            ในต้นเดือนกรกฎาคม ๒๔๙๕ กองพันทหารไทยได้รับทราบจากหน่วยเหนือว่า กองพลที่ ๒ สหรัฐฯ จะขึ้นไปสับเปลี่ยนกองพลทหารราบที่ ๓ สหรัฐฯ ในแนวเจมส์ทาวน์ และกรมจะตั้งขึ้นไปสับเปลี่ยนกับกรมทหารราบที่ ๒๕ สหรัฐฯ ทางด้านขวาแนวรบ 
            พื้นที่บริเวณดังกล่าวมีลักษณะเป็นเทือกเขาต่อเนื่องกันเป็นรูปครึ่งวงกลม หันส่วนโค้งไปทางด้านข้าศึก จึงได้ชื่อว่าบูเมอแรง ผู้บังคับกองพันทหารไทยพิจารณาภูมิประเทศ และเงื่อนไขจากหน่วยเหนือแล้ว จึงตกลงใจอาสาขึ้นประจำแนวต้านทานหลัก โดยเลือกเข้าประจำที่มั่นด้านซ้ายของกรม 
            ๑๓ กรกฎาคม ๒๔๙๖ เริ่มทำการตรวจภูมิประเทศร่วมกับหน่วยเหนือ และหน่วยข้างเคียง และนำกำลังเข้าที่ตั้งในตอนค่ำของวันรุ่งขึ้น และทำได้สำเร็จเรียบร้อยก่อนสว่าง การวางกำลังได้วางกำลัง ๓ กองร้อยในแนวต้านทานหลัก กองร้อยอาวุธหนักอยู่หลังกองร้อยที่ ๒ หน่วยกำลังยิงสหรัฐฯ ที่สนับสนุนการปฏิบัติของกองพันทหารไทยคือ ๑ หมวดรถถัง และ๑ หมวดเครื่องยิงหนัก (ค.๔.๒ นิ้ว) หน่วยปืนใหญ่และปืนต่อสู้อากาศยานยิงกระสุนวิถีราบต่อที่หมายทางพื้นดิน 
            หลังจากสับเปลี่ยนกำลังในแนวที่มั่นแล้ว ก็ได้จัดหมู่คอบเหตุจากกองร้อยต่าง ๆ ในแนวออกไปประจำ ทำหน้าที่แนวต้านทานหลักรวม ๘ แห่ง และได้ส่งออกไปประจำที่ในตอนค่ำ นอกจากนั้นก็ได้จัดหมู่ลาดตระเวณออกไปตามช่องทางปลอดภัย (Saftl Lane) 
            ระหว่าง ๑๕ - ๑๖ กรกฎาคม ๒๔๙๖ ได้มีการปะทะกันประปรายจากการปฎิบัติการของทั้งสองฝ่าย และมีสิ่งบอกเหตุว่าฝ่ายข้าศึกจะเข้าตีทางด้านกองร้อยที่ ๒ และกองร้อยที่ ๓ ตกกลางคืนวันที่ ๑๖ กรกฎาคม ๒๔๙๖ ข้าศึกได้ยิงเครื่องยิงลูกระเบิดขนาด ๘๒ มิลลิเมตร ไปยังที่ตั้งกองร้อยที่ ๓ อย่างหนัก พอใกล้รุ่งข้าศึกประมาณ ๑ กองพัน เคลื่อที่ตั้งมุ่งเข้าตีกองพันที่ ๒ สหรัฐฯ  และระดมยิงด้วยอาวุธทุกชนิดไปยังกองร้อยที่ ๓ ของไทย ซึ่งอยู่ทางปีกขวาติดกับกองพันที่ ๒ สหรัฐฯ กองร้อยที่ ๓ ได้ยิงตัดหลังข้าศึกด้วยอาวุธทุกชนิด จนข้าศึกต้องถอนตัวกลับ การปฎิบัติการครั้งนี้ ได้รับคำขอบคุณและคำชมเชยจากหน่วยเหนือ 
            วันที่ ๑๗ กรกฎาคม เวลา ๒๑.๓๕ น. ข้าศึกประมาณ ๒ กองพันเคลื่อนที่เข้ามา ๒ ทาง ได้มีการปฏิบัติการทั้งสองฝ่ายอย่างต่อเนื่องไปจนถึง ๒๗ กรกฎาคม ๒๔๙๖ เวลา ๒๑.๔๕ น. ทหารไทยทุกหน่วยหยุดยิงตามคำสั่ง ก่อนเวลาที่กำหนดตามความตกลงสงบศึก 

การปฏิบัติการภายหลังการหยุดยิง 
            เช้าวันที่ ๒๘ กรกฎาคม ๒๔๙๖ หน่วยเหนือได้สั่งให้ทุกกองพัน ถอนกำลังลงไปยึดที่มั่นในแนว ซึ่งเดิมเป็นแนวหนุนของกรมทหารราบที่ ๙ สหรัฐฯ 
            ระหว่าง ๓๑ กรกฎาคม - ๑๘ สิงหาคม ๒๔๙๖ กองพันทหารไทยได้รับมอบหน้าที่ให้ยึดรักษา พื้นที่ด้านซ้ายของแนวที่มั่นหลักภายหลังการสงบศึก 
            วันที่ ๙ สิงหาคม ๒๔๙๖ แม่ทัพน้อยที่ ๙ สหรัฐฯ ได้มีหนังสือชมเชยประสิทธิภาพอันดีเด่น ในการรบและการให้ความร่วมมือแก่กองบัญชาการสหประชาชาติ ของกองพันทหารไทย 
            วันที่ ๑๕ สิงหาคม ๒๔๙๖ จอมพล ป.พิบูลสงคราม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้มีหนังสือขอบคุณ และชมเชยผลการปฏิบัติของกองพันทหารไทย 

การปฏิบัติหน้าที่ในกองหนุนของกองพล

            ในวันที่ ๑๘ สิงหาคม ๒๔๙๖ กรมทหารราบที่ ๙ สหรัฐฯ ได้รับคำสั่งให้เป็นกองหนุนของกองพล ในพื้นที่หุบเขาบริเวณหมู่บ้าน สะกุมหัก อยู่ห่างจากเขตปลอดทหาร ประมาณ ๗ กิโลเมตร 
            วันที่ ๒๙ สิงหาคม ๒๔๙๖ กำลังส่วนที่ ๓ ของกองพันทหารไทยผลัดที่ ๕ ได้เดินทางมาถึงและผลัดเปลี่ยนกับกำลังพลของผลัดที่ ๔ 
            วันที่ ๒๗ กันยายน ๒๔๙๖ กระทรวงกิจการสังคมเกาหลีใต้ได้มีหนังสือชมเชย และขอบคุณกองพันทหารไทย ที่ได้บริจาคอาหารให้แก่สถานเลี้ยงเด็กกำพร้าของเกาหลีในกรุงโซล 
            วันที่ ๒๕ กันยายน ๒๔๙๖ กรมทหารราบที่ ๙ สหรัฐฯ ได้ขึ้นประจำแนวที่มั่นตั้งรับอีกครั้งหนึ่ง กองพันทหารไทยได้เคลื่อนย้ายไปที่บ้านชุม ทำหน้าที่เป็นกองหนุนของกรม 
            วันที่ ๔ ตุลาคม ๒๔๙๖ กำลังพลส่วนที่ ๔ ของผลัดที่ ๕ ได้เดินทางมาถึงและผลัดเปลี่ยนกำลังกับผลัดที่ ๔ 

การเข้ายึดที่มั่นในแนวที่มั่นหลักภายหลังการสงบศึก

            วันที่ ๑๔ พฤศจิกายน ๒๔๙๖ กองพันทหารไทยได้เคลื่อนย้ายไปสับเปลี่ยนกับกองพันที่ ๓ สหรัฐฯ 
            วันที่ ๒๒ พฤศจิกายน ๒๔๙๖ กำลังส่วนที่เหลือของผลัดที่ ๕ ได้เดินทางมาผลัดเปลี่ยน กำลังพลส่วนที่เหลือของผลัดที่ ๔ เสร็จเรียบร้อย กองพันทหารไทยจึงมีกำลังพลผลัดที่ ๕ นับจากนั้นมา 
            วันที่ ๙ เมษายน ๒๔๙๗ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหมเกาหลีใต้ ได้มอบเกียรติบัตรของประธานาธิบดีเกาหลีใต้ ชมเชยกองพันทหารไทย โดยมีผู้บังคับบัญชาของหน่วยเหนือถึงระดับกองพลเข้าร่วมพิธีด้วย 
            วันที่ ๒๐ พฤษภาคม ๒๔๙๗ ประธานาธิบดีซิงมันรี แห่งเกาหลีใต้ได้มอบแพรแถบเชิดชูเกียรติคุณ แก่หน่วยกองพันทหารไทย ผลัดที่ ๕ ในผลการปฏิบัติการรบของกองพันในพื้นที่ด้านเมืองกุมหว่า บริเวณเขาบูเมอแรง ในห้วงระยะเวลา ตั้งแต่ ๒๑ มิถุนายน ๒๔๙๖ ถึง ๒ พฤษภาคม ๒๔๙๗ 

การถอนกำลังไปประจำที่อุนชอนและการผลัดเปลี่ยนกำลังพล 
            กองทัพบกได้จัดตั้ง และทำการฝึกกำลังพล ผลัดที่ ๖ พร้อมที่จะจัดส่งไปผลัดเปลี่ยนคราวเดียวกันทั้งกองพัน ในเดือนมิถุนายน ๒๔๙๗ 
            กองพลทหารราบที่ ๒ สหรัฐฯ ได้จัดพิธีสวนสนามขึ้นในปลายพฤษภาคม ๒๔๙๗ เพื่อเทิดเกียรติ และส่งกองพันทหารไทย ผลัดที่ ๕ โดยมีผู้บังคับบัญชาชั้นสูงของหน่วยทหารสหรัฐฯ และผู้บังคับบัญชา หรือผู้แทนหน่วยทหารสหประชาชาติ ที่ส่งกำลังไปร่วมในเกาหลีมาร่วมพิธีด้วย 
            ในต้นเดือน มิถุนายน ๒๔๙๗ กองพันทหารไทย ผลัดที่ ๕ ได้รับคำสั่งให้ถอนกำลังจากที่มั่นตั้งรับในแนวหน้าลงไปพักในค่ายทหารที่หมู่บ้านพูลกันด๊อก ตำบลอุนชอน หลังแนวรบ และอยู่ห่างจากกรุงโซลไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ประมาณ ๕๖ กิโลเมตร เพื่อทำการผลัดเปลี่ยนกำลังพล 



ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น