การเตรียมรุกใหญ่เพื่อเข้าตี และยึดที่มั่นขั้นต่อไป
ในปลายเดือนกันยายน ๒๔๙๔ แม่ทัพน้อยที่ ๑ สหรัฐฯ ได้กำหนดแผนยุทธการ เพื่อเข้าตีทำลายข้าศึก และยึดแนวภูมิประเทศสำคัญ หน้าแนวไวโอมิง ออกไปประมาณ ๑๐ กิโลเมตร แล้วจัดที่มั่นหลักใหม่ให้ชื่อว่า แนวเจมส์ทาวน์ ซึ่งเมื่อยึดได้แล้วจะอำนวยประโยชน์ทั้งในทางยุทธวิธีและการเจรจาหยุดยิง
ในวันที่ ๒ ตุลาคม ๒๔๙๔ กองทัพน้อยที่ ๑ สหรัฐฯ ได้รับคำสั่งให้เคลื่อนที่เข้าตี และยึดแนวภูมิประเทศสำคัญในพื้นที่รับผิดชอบ ๓ ตุลาคม ๒๔๙๔ กองพลทหารม้าที่ ๑ สหรัฐฯ เริ่มเข้าตีโดยใช้กำลัง ๒ กรม เป็นกองรบเดียวกันอีก ๑ กรมเป็นกองหนุน กองพันทหารไทยขึ้นสมทบอยู่ในกองหนุน เตรียมเคลื่อนที่เข้าตีต่อไปทางทิศเหนือ กองพันทหารไทยได้รับคำสั่งให้เคลื่อนที่เข้ารวมพลในเขตตำบลยัลดอง ต่อมาเมื่อ ๘ ตุลาคม กรมทหารม้าที่ ๘ สหรัฐฯ ซึ่งเป็นกองหนุน ได้รับคำสั่งให้เคลื่อนที่เข้าประจำแนว แทนกรมทหารม้าที่ ๗ สหรัฐฯ ในแนวหน้า กองพันทหารไทยยึดพื้นที่อยู่บนสันเขาสูง ตามสันเขายอด ๓๓๔ ถึงยอด ๔๑๘ ต่อมา เมื่อ ๑๑ ตุลาคม ๒๔๙๔ กองพันทหารไทยปรับแนวรับผิดชอบกว้างด้านหน้าในการตั้งรับ ๓,๕๐๐ เมตร หน่วยลาดตระเวณของกองพันทหารไทย ได้ปะทะกับข้าศึก จำนวนหนึ่งบนแนวสันเขาที่เรียกว่า เขาทีโบน (T - Bone) ๑๔ ตุลาคม ๒๔๙๔ กองพันทหารไทยได้รับคำสั่งให้ขึ้นสมทบ กรมทหารม้าที่ ๗ สหรัฐฯ ๒๐ ตุลาคม กองพันทหารไทยปรับแนวใหม่โดยเข้ายึดที่มั่นตามสันเขาตั้งแต่ ยอด ๔๑๘ ไปทางขวา และได้รับคำสั่งให้กลับไปขึ้นกับกรมทหารม้าที่ ๘ สหรัฐฯ ตามเดิม
ปลายเดือนตุลาคม ๒๔๙๔ กองพันทหารไทยได้รับคำสั่งให้วางแผน และเตรียมการเข้าตีจากแนวที่ยึดอยู่ เพื่อเข้ายึดเขาทีโบน โดยใช้กำลังกองพันทหารไทยเพียงกองพันเดียว สมทบกำลังด้วยรถถังและเครื่องยิงหนัก พร้อมด้วยการยิงสนับสนุนจากปืนใหญ่กองพล และเครื่องบินโจมตี แต่ในที่สุดทางกองพลทหารม้าที่ ๑ สหรัฐฯ ได้ยกเลิกแผนนี้ เพราะกำลังยิงสนับสนุนมีไม่เพียงพอ
ในปลายเดือนกันยายน ๒๔๙๔ แม่ทัพน้อยที่ ๑ สหรัฐฯ ได้กำหนดแผนยุทธการ เพื่อเข้าตีทำลายข้าศึก และยึดแนวภูมิประเทศสำคัญ หน้าแนวไวโอมิง ออกไปประมาณ ๑๐ กิโลเมตร แล้วจัดที่มั่นหลักใหม่ให้ชื่อว่า แนวเจมส์ทาวน์ ซึ่งเมื่อยึดได้แล้วจะอำนวยประโยชน์ทั้งในทางยุทธวิธีและการเจรจาหยุดยิง
ในวันที่ ๒ ตุลาคม ๒๔๙๔ กองทัพน้อยที่ ๑ สหรัฐฯ ได้รับคำสั่งให้เคลื่อนที่เข้าตี และยึดแนวภูมิประเทศสำคัญในพื้นที่รับผิดชอบ ๓ ตุลาคม ๒๔๙๔ กองพลทหารม้าที่ ๑ สหรัฐฯ เริ่มเข้าตีโดยใช้กำลัง ๒ กรม เป็นกองรบเดียวกันอีก ๑ กรมเป็นกองหนุน กองพันทหารไทยขึ้นสมทบอยู่ในกองหนุน เตรียมเคลื่อนที่เข้าตีต่อไปทางทิศเหนือ กองพันทหารไทยได้รับคำสั่งให้เคลื่อนที่เข้ารวมพลในเขตตำบลยัลดอง ต่อมาเมื่อ ๘ ตุลาคม กรมทหารม้าที่ ๘ สหรัฐฯ ซึ่งเป็นกองหนุน ได้รับคำสั่งให้เคลื่อนที่เข้าประจำแนว แทนกรมทหารม้าที่ ๗ สหรัฐฯ ในแนวหน้า กองพันทหารไทยยึดพื้นที่อยู่บนสันเขาสูง ตามสันเขายอด ๓๓๔ ถึงยอด ๔๑๘ ต่อมา เมื่อ ๑๑ ตุลาคม ๒๔๙๔ กองพันทหารไทยปรับแนวรับผิดชอบกว้างด้านหน้าในการตั้งรับ ๓,๕๐๐ เมตร หน่วยลาดตระเวณของกองพันทหารไทย ได้ปะทะกับข้าศึก จำนวนหนึ่งบนแนวสันเขาที่เรียกว่า เขาทีโบน (T - Bone) ๑๔ ตุลาคม ๒๔๙๔ กองพันทหารไทยได้รับคำสั่งให้ขึ้นสมทบ กรมทหารม้าที่ ๗ สหรัฐฯ ๒๐ ตุลาคม กองพันทหารไทยปรับแนวใหม่โดยเข้ายึดที่มั่นตามสันเขาตั้งแต่ ยอด ๔๑๘ ไปทางขวา และได้รับคำสั่งให้กลับไปขึ้นกับกรมทหารม้าที่ ๘ สหรัฐฯ ตามเดิม
ปลายเดือนตุลาคม ๒๔๙๔ กองพันทหารไทยได้รับคำสั่งให้วางแผน และเตรียมการเข้าตีจากแนวที่ยึดอยู่ เพื่อเข้ายึดเขาทีโบน โดยใช้กำลังกองพันทหารไทยเพียงกองพันเดียว สมทบกำลังด้วยรถถังและเครื่องยิงหนัก พร้อมด้วยการยิงสนับสนุนจากปืนใหญ่กองพล และเครื่องบินโจมตี แต่ในที่สุดทางกองพลทหารม้าที่ ๑ สหรัฐฯ ได้ยกเลิกแผนนี้ เพราะกำลังยิงสนับสนุนมีไม่เพียงพอ
การปฏิบัติการของหมวดคอยเหตุ
กองพันทหารไทยได้ใช้กำลัง ๑ หมวดปืนเล็กไปทำหน้าที่หมวดคอยเหตุ อยู่หน้าแนวตลอดเวลาโดยไปตั้งอยู่ที่เนิน ๒๐๐ ห่างออกไปจากแนวต้านทานหลักของฝ่ายเราประมาณ ๒.๕ กิโลเมตร และห่างจากแนวที่มั่นข้าศึกประมาณ ๑.๕ กิโลเมตร ที่เนิน ๒๐๐ นี้ ดัดแปลงพื้นที่สำหรับตั้งรับวงรอบ มีการวางเครื่องกีดขวางลวดหนาม ประกอบการวางทุ่นระเบิด และพลุสดุด หลายชั้น วางสายโทรศัพท์ติดต่อกับที่บังคับการกองพัน และยังคงใช้วิทยุเป็นเครื่องมือสื่อสารหลักตลอดเวลา ฝ่ายข้าศึกได้ส่งกำลังเข้ารบกวนหลายครั้งในเวลากลางคืน
เมื่อ ๑๓ พฤศจิกายน ๒๔๙๔ ข้าศึกได้เริ่มระดมยิงอย่างรุนแรงตั้งแต่ เวลา ๑๙.๐๐ น.เศษ ด้วยเครื่องยิงหนัก และปืนใหญ่มายังที่มั่นของหมวดคอยเหตุ ข้าศึกประมาณ ๒ กองร้อย พร้อมด้วยรถถังประมาณ ๑๐ คัน ได้เคลื่อนที่เข้ามาตรงหน้า และพื้นที่ราบสองข้างของเนิน ๒๐๐ และระดมยิงที่มั่นใหญ่ของกองพันทหารไทยหนาแน่น การติดต่อทางสาย และวิทยุถูกตัดขาด จนใกล้รุ่งสว่างจึงทราบจากผู้ที่เล็ดลอดกลับมาได้ว่าหมวดคอยเหตุบนเนิน ๒๐๐ ละลายแล้วทั้งหมวด เนื่องจากข้าศึกเข้าล้อมและบุกเข้าประชิดถึงตัว มีการสู้รบกันถึงขั้นตะลุมบอน ข้าศึกมีจำนวนมากกว่าหลายเท่า การยิงฉากป้องกันจากที่มั่นใหญ่ช้าเกินไปไม่ทันการ ทหารประมาณครึ่งหมวดเสียชีวิต ส่วนที่เหลือได้รับบาดเจ็บเป็นจำนวนมาก ฝ่ายข้าศึกก็สูญเสียเป็นจำนวนมากเช่นกัน นับเป็นการสูญเสียในการรบครั้งแรกของกองพันทหารไทย ต่อมาอีก ๗ วัน กองพันทหารสหรัฐฯ ก็ถูกโจมตีในทำนองเดียวกัน ทำให้กองพลทหารม้าที่ ๑ สหรัฐฯ สั่งเปลี่ยนที่ตั้งหมวดคอยเหตุใหม่ ให้ใกล้เข้ามาอยู่ในระยะไม่เกิน ๑.๕ กิโลเมตร จากแนวต้านทานหลัก
การกลับไปเป็นกองหนุน
กองพันทหารไทยเริ่มเคลื่อนที่ออกจากที่รวมพลหมู่บ้านชอนกอง เมื่อ ๑๖ ธันวาคม ๒๔๙๔ ด้วยขบวนยานยนต์เดินทางเลียบชายฝั่งทิศเหนือของลำน้ำฮัน ไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ สู่เมืองกุมหว่าเข้าที่รวมพลในที่ตั้งใหม่ที่หมู่บ้านวาสุ ในพื้นที่กองหนุนของกองพลทหารราบที่ ๒ สหรัฐฯ และเมื่อ ๒๗ ธันวาคม ๒๔๙๔ หน่วยกำลังทดแทนของไทยจำนวน ๒๐๐ คน ก็ได้เดินทางจากตำบลทองเนเมืองบูซานมาเข้าที่ตั้งของกองพันทหารไทย
การขึ้นประจำแนวต้านทานหลักเจมส์ทาวน์
๒๕ มกราคม ๒๔๙๕ กองพันทหารไทยได้รับคำสั่ง ให้เตรียมการขึ้นไปสับเปลี่ยนกับกองพันทหารฝรั่งเศส ซึ่งเป็นหน่วยในบังคับบัญชาของกรมทหารราบที่ ๒๓ กองพลทหารราบที่ ๒ สหรัฐฯ ในแนวต้านทานหลักเจมส์ทาวน์ ทางเหนือเมืองกุมหว่า การสับเปลี่ยนกระทำในเวลากลางคืนเริ่มตอนค่ำของ ๒๙ มกราคม ๒๔๙๕ ใช้เวลา ๒ คืนจึงแล้วเสร็จ ระหว่างนี้หิมะตกหนักมาก ข้าศึกส่วนใหญ่ปฏิบัติการอยู่บนเทือกเขานสูงจึงเป็นฝ่ายได้เปรียบ กองพันทหารไทยตั้งรับอยู่ในพื้นที่ราบ ต้องขุดคูติดต่อไปยังแนวคอยเหตุของแต่ละกองร้อย
กองทัพที่ ๘ สหรัฐฯ ได้มีคำสั่งสให้ทุกหน่วยในแนวหน้า ปฏิบัติการสงครามจิตวิทยาตามแผนที่เรียกว่า Operation Calm - up ระหว่าง ๑๐ - ๑๕ กุมภาพันธ์ ๒๔๙๕ โดยให้กำลังทหารทุกหน่วยอยู่ในความสงบ ไม่ให้ปฏิบัติการหรือเคลื่อนไหวทางยุทธวิธีใด ๆ งดการส่งหน่วยออกลาดตระเวณ และไม่ยิงปืนใหญ่ รวมทั้งไม่มีการสนับสนุนทางอากาศตลอดระยะ ๒๐,๐๐๐ หลาจากหน้าแนว เพื่อลวงให้ข้าศึกเข้าใจว่าฝ่ายเราได้ถอนตัวออกไปหมดแล้ว มีการเตรียมเสบียงสำเร็จรูปให้เพียงพอใช้ถึง ๗ วัน กระสุน ๕ อัตรายิง และห้ามยิงเด็ดขาดตลอดแนวจนกว่าข้าศึกจะบุกเข้าตีฝ่ายเราก่อน ห้ามการติดต่อทางวิทยุ ให้ติดต่อทางโทรศัพท์เท่านั้น ปฏิบัติการเช่นนี้อยู่ ๖ วัน จึงกลับสู่การปฏิบัติตามปกติ
กองพันทหารไทยได้กลับไปเป็นกองหนุนของกรม โดยลงไปพักที่บ้านชอนกอง ตั้งแต่ ๒๐ กุมภาพันธ์ - ๑ มีนาคม ๒๔๙๕ จากนั้นได้กลับขึ้นไปประจำแนวเจมส์ทาวน์บริเวณเมืองกุมหว่า
กองพันทหารไทยกลับไปเป็นกองหนุน ตั้งแต่ ๑๓ - ๒๖ เมษายน ๒๔๙๕ ในที่ตั้งเดิม


ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น