การปฏิบัติการ ครั้งที่ ๑ - ๖ (๑๑ มกราคม - ๓๑ พฤษภาคม ๒๔๙๕)
ปฏิบัติการคุ้มกันขบวนเรือลำเลียงที่เดินทางไปยังอ่าววอนชาน และซองจิน
การผลัดเปลี่ยนกำลังพล
ทหารประจำเรือรุ่นที่ ๔ ชุดที่ ๑ จำนวน ๑๖๓ คน เดินทางมาถึงฐานทัพเรือซาเซโบ เมื่อ ๓๐ พฤษภาคม ๒๔๙๕ หลังจากที่ได้ดำเนินกรรมวิธีต่าง ๆ แล้วได้ลงประจำเรือ เมื่อ ๑๕ มิถุนายน ๒๔๙๕
การปฏิบัติการ ครั้งที่ ๗ - ๘ (๕ มิถุนายน - ๑ กรกฎาคม ๒๔๙๕)
ปฏิบัติการคุ้มกันขบวนเรือลำเลียงที่บริเวณเกาะอูลลัง อ่าววอนชาน และซองจิน
การผลัดเปลี่ยนกำลังพล
กำลังพลรุ่นที่ ๒ ชุดที่ ๒ จำนวน ๗๐ คน โดยสารรถไฟจากเมืองโยโกฮามา
การปฏิบัติการ ครั้งที่ ๙ - ๑๒ (๑๔ พฤษภาคม - ๘ พฤศจิกายน ๒๔๙๕)
ปฏิบัติการคุ้มกันเรือลำเลียงเดินทางไปอ่าววอนชาน และซองจิน ระดมยิงฝั่งที่หมายรถไฟ ลาดตระเวณ รักษาการณ์ในอ่าววอนชานเหนือเกาะชิน ด้านใต้บริเวณตะวันออกของแหลมกัลมากัก ลาดตระเวณเหนือเกาะอัง เกาะโย เมืองฮุงนำ คุ้มกันเรือลำเลียงอมภัณฑ์
การเข้าอู่ซ่อมที่ฐานทัพเรือโยโกสุกะ
ใช้เวลาซ่อม ๑๐ สัปดาห์ ค่าซ่อม ๔๐,๐๐๐ เหรียญสหรัฐฯ
การปฏิบัติการ ครั้งที่ ๑๓ - ๑๔ (๒๗ กุมภาพันธ์ - ๘ มีนาคม ๒๔๙๖)
การปฏิบัติการคุ้มกันขบวนเรือลำเลียงไปยังอ่าววอนชาน และคุ้มกันเรือบรรทุกน้ำมัน
การผลัดเปลี่ยนกำลังพล
ผู้บังคับการเรือหลวงประแสคนใหม่ พร้อมด้วยกำลังพล รุ่นที่ ๕ ชุดที่ ๑ จำนวน ๒๐๕ คน เดินทางมาผลัดเปลี่ยน แล้วลงประจำเรือ เมื่อ ๑๔ มีนาคม ๒๔๙๖ และรุ่นที่ ๕ ชุดที่ ๒ จำนวน ๒๑๔ คน เดินทางมาถึง เมื่อ ๒๐ เมษายน ๒๔๙๖
การปฏิบัติการ ครั้งที่ ๑๕ - ๒๒ (๒๗ มีนาคม - ๙ พฤศจิกายน ๒๔๙๖)
ปฏิบัติการคุ้มกันเรือลำเลียงไปส่งยุทธสัมภาระให้กับเรือรบในพื้นที่ปฏิบัติการ ทางฝั่งทะเลด้านตะวันออกของเกาหลีเหนือ คุ้มกันเรือบรรทุกน้ำมันเดินทางไปส่งน้ำมันเชื้อเพลิงให้ หมู่เรือพิฆาต และเรือลาดตระเวณที่กำลังปฏิบัติการอยู่ทางฝั่งตะวันออกของเกาหลีเหนือ คุ้มกันขบวนเรือลำเลียงไปส่งน้ำมันเชื้อเพลิง สรรพาวุธ และพัสดุให้กับกองเรือเฉพาะกิจที่ ๗๗ คุ้มกันเรือบรรทุกน้ำมันไปยังพื้นที่ปฏิบัติการ
การเดินทางกลับมาผลัดเปลี่ยนกำลังพลในไทยครั้งแรก
๓๐ พฤศจิกายน ๒๔๙๖ เรือหลวงประแสออกเดินทางจากฐานทัพเรือซาเซโบ ถึงกรุงเทพฯ เมื่อ ๙ ธันวาคม ๒๔๙๖ หลังจากผลัดเปลี่ยนกำลังพลประจำเรือส่วนหนึ่งแล้วก็เดินทางกลับไปเกาหลี ถึงฐานทัพเรือซาเซโบเมื่อ ๓ มกราคม ๒๔๙๗
การปฏบัติการ ครั้งที่ ๒๓ - ๒๙ (๙ มกราคม - ๒๐ เมษายน ๒๔๙๗)
การปฏิบัติการคุ้มกันเรือบรรทุกน้ำมัน และเรือลำเลียงไปปฏิบัติการในน่านน้ำเกาหลีเหนือ คุ้มกันเรือบรรทุกน้ำมันไปส่งน้ำมันเชื้อเพลิงให้กองเรือเฉพาะกิจที่ ๗๗ คุ้มกันเรือบรรทุกน้ำมันไปส่งน้ำมันเชื้อเพลิงให้เรือรบในพื้นที่ปฏิบัติการ
การเดินทางกลับมาผลัดเปลี่ยนกำลังพลในประเทศไทยครั้งที่ ๒
เรือหลวงประแสออกเดินทาง เมื่อ ๒๓ มิถุนายน ๒๔๙๗ ถึงกรุงเทพฯ เมื่อ ๕ กรกฎาคม ๒๔๙๗ ผู้บังคับการเรือคนใหม่เข้ารับหน้าที่ ทหารประจำเรือรุ่นที่ ๖ ชุดที่ ๒ ผลัดเปลี่ยนรับ - ส่งหน้าที่ ๒๐ กรกฎาคม ๒๔๙๗ ออกเดินทางจากประเทศไทย ถึงฐานทัพเรือซาเซโบ เมื่อ ๒๘ กรกฎาคม ๒๔๙๗
การปฏิบัติการ ครั้งที่ ๓๐ - ๓๒ (๗ สิงหาคม - ๓๐ กันยายน ๒๔๙๗)
ปฏิบัติการคุ้มกันเรือบรรทุกน้ำมันไปส่งน้ำมันเชื้อเพลิง ให้แก่เรือในพื้นที่ปฏิบัติการ คุ้มกันเรือบรรทุกน้ำมันไปส่งน้ำมันเชื้อเพลิงให้เรือพิฆาตสหรัฐฯ ในน่านน้ำเกาหลีเหนือ
การเดินทางกลับประเทศไทย
เนื่องจากการเจรจาสงบศึกเป็นที่ตกลงกันได้แล้ว และได้มีการลงนามร่วมกันในความตกลงสงบศึก เมื่อ ๒๗ กรกฎาคม ๒๔๙๗ สถานการณ์รบในเกาหลีสงบลงมากแล้ว ชาติพันธมิตรหลายชาติที่ไปร่วมรบในสงครามเกาหลี เริ่มถอนกำลังกลับ ประกอบกับในปลายปี พ.ศ. ๒๔๙๗ สถานการณ์ในอินโดจีนฝรั่งเศสตึงเครียดหนัก มีการสู้รบระหว่างฝรั่งเศสกับเวียดมินห์ และมีทีท่าว่าภัยคุกคามจากคอมมิวนิสต์ อาจลุกลามถึงประเทศไทยได้ รัฐบาลไทยจึงมีนโยบายถอนกำลังทหารกลับ โดยได้ปรึกษาหารือกับกองบัญชาการสหประชาชาติ เมื่อได้รับคำยืนยันว่าไม่ขัดข้องแล้ว กระทรวงกลาโหมจึงได้มีคำสั่ง เมื่อ ๖ มกราคม ๒๔๙๘ ให้ถอนทหารบางส่วนกลับประเทศไทย
สำหรับกำลังทางเรือกำหนดให้ ถอนกำลัง มส.พร้อมด้วยเรือหลวงท่าจีน เรือหลวงประแส และให้เรือหลวงทั้งสองลำ ทำหน้าที่คุ้มกันเรือลำเลียงทหารบกในระหว่างเดินทางกลับด้วย
วันที่ ๒๑ มกราคม ๒๔๙๘ เรือหลวงทั้งสองลำได้อำลากองเรือสหประชาชาติ ออกเดินทางจากฐานทัพเรือซาเซโบ ไปยังเมืองท่าปูซานเพื่อรับเรือสินค้าอิโกะ ซึ่งลำเลียงกำลังพลทหารไทยผลัดที่ ๖ (หย่อน ๑ กองร้อย) แล้วทำการคุ้มกันระหว่างเดินทางกลับประเทศไทย ถึงท่าราชวรดิษฐ์ เมื่อ ๓๑ มกราคม ๒๔๙๘ จากนั้นกำลังพลได้เดินทางไปร่วมพิธีสวนสนาม ณ ลานพระบรมรูปทรงม้า โดย จอมพล ป.พิบูลสงคราม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมเป็นประธานในพิธี
หมู่เรือปฏิบัติการร่วมกับสหประชาชาติ (มส.) สิ้นสุดภารกิจ รวมระยะเวลาที่ไปปฏิบัติการ ๔ ปี ๓ เดือน ๑๘ วัน